ISO 14001:2026 กำลังมา: องค์กรควรรู้อะไรจาก FDIS และควรเตรียมตัวอย่างไรตั้งแต่วันนี้
- Ruttakorn

- 22 ม.ค.
- ยาว 2 นาที
ISO 14001:2026 เข้าสู่ขั้นตอน FDIS แล้ว พร้อมประกาศใช้ในเมษายน 2026 บทความนี้อธิบายการเปลี่ยนแปลงหลัก ช่วง Transition 3 ปี และแนวทางที่องค์กรควรเริ่มเตรียม EMS เพื่อไม่ให้เสียการรับรอง

ISO 14001:2026 คืออะไร และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนไหน?
ISO 14001 เป็นมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System: EMS) ที่มีการนำไปใช้มากที่สุดในโลก และขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการปรับปรุงมาตรฐาน
ร่างมาตรฐานขั้นสุดท้าย หรือ Final Draft International Standard (FDIS) สำหรับ
ISO 14001:2026 ได้เข้าสู่ขั้นตอนการลงคะแนนอย่างเป็นทางการของ ISO โดยเปิดให้ลงคะแนนจนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2026 หากผ่านการลงคะแนน มาตรฐานฉบับใหม่จะถูกประกาศใช้อย่างเป็นทางการใน เดือนเมษายน 2026
สำหรับองค์กรที่ได้รับการรับรองตาม ISO 14001:2015 อยู่แล้ว สิ่งนี้หมายความว่า:
จะเริ่มต้น ช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) 3 ปี ทันทีหลังประกาศใช้
องค์กรต้องปรับระบบ EMS ให้สอดคล้องกับ ISO 14001:2026 ภายในเดือนเมษายน 2029
หากไม่สามารถปรับได้ทัน จะ สูญเสียสถานะการรับรอง ISO 14001

FDIS คืออะไร และสำคัญต่อองค์กรอย่างไร?
ในกระบวนการพัฒนามาตรฐาน ISO จะมีขั้นตอนร่างหลายระดับ โดยก่อนหน้านี้องค์กรอาจคุ้นกับ DIS หรือ DAM (Draft Amendment) ซึ่งเป็นร่างเพื่อรับฟังความคิดเห็น
แต่ FDIS แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
ในขั้นตอน FDIS:
เนื้อหาทางเทคนิคถือว่า เกือบเป็นฉบับสุดท้ายแล้ว
จะมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในเชิงภาษา หรือประเด็นทางเทคนิคที่จำเป็นเท่านั้น
หากการลงคะแนนผ่าน มาตรฐานจะถูกเผยแพร่เป็น ISO 14001:2026 โดยตรง
ในทางปฏิบัติ FDIS คือ “ภาพสุดท้ายของมาตรฐาน”องค์กรจึงสามารถเริ่มวางแผนและเตรียมระบบได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการ
การเปลี่ยนแปลงหลักของ ISO 14001:2026 ที่องค์กรต้องรู้
การปรับปรุงในรอบนี้ไม่ได้เน้นการเปลี่ยนโครงสร้างใหญ่ แต่เน้นการ เพิ่มความลึกและความเชื่อมโยงกับกลยุทธ์องค์กร โดยมี 5 ประเด็นสำคัญ
1. เงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมถูกผสานเข้ากับ “บริบทขององค์กร” อย่างชัดเจน
ISO 14001:2026 กำหนดให้องค์กรต้องพิจารณา เงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Conditions) เป็นส่วนหนึ่งของ Clause 4: Context of the Organization
ตัวอย่างเงื่อนไขที่ต้องนำมาพิจารณา ได้แก่:
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (Biodiversity & Ecosystem Health)
ความพร้อมใช้ของทรัพยากรธรรมชาติ (Availability of Natural Resources)
องค์กรต้องแสดงให้เห็นทั้งสองมุมมอง:
สิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อองค์กรอย่างไร
กิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการขององค์กร ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร
นี่คือการเปลี่ยนจากการมองเฉพาะพื้นที่หรือหน้างาน ไปสู่การมองความเสี่ยงและผลกระทบในระดับ “ระบบ” และ “ห่วงโซ่คุณค่า”
2. บทบาทของผู้บริหารระดับสูงชัดเจนและเข้มข้นขึ้น
ISO 14001:2026 ตอกย้ำว่า EMS ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายสิ่งแวดล้อมหรือ QMR เพียงฝ่ายเดียวแต่เป็น ความรับผิดชอบโดยตรงของผู้นำองค์กร
ผู้บริหารระดับสูงต้องแสดงให้เห็นว่า:
วัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงกับ ทิศทางและกลยุทธ์ธุรกิจ
ข้อกำหนดของ EMS ถูกบูรณาการเข้าไปใน กระบวนการธุรกิจหลัก
มีการสนับสนุนและผลักดัน การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับหลายองค์กร นี่หมายถึงการยกระดับ EMS จาก “ระบบเพื่อผ่านการตรวจ” ไปสู่ “เครื่องมือในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์”
3. ความเสี่ยงและโอกาส: ชัดเจนขึ้น ไม่ได้ซับซ้อนขึ้น
หนึ่งในจุดที่สร้างความสับสนในร่างก่อนหน้า คือเรื่อง “การบริหารความเสี่ยง”
ใน ISO 14001:2026 มีการปรับแนวทางให้ชัดเจนว่า:
องค์กร ไม่จำเป็นต้องสร้างระบบบริหารความเสี่ยงใหม่แยกจาก EMS
ความเสี่ยงและโอกาสต้องเชื่อมโยงกับ:
ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Aspects)
ข้อกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง (Compliance Obligations)
บริบทขององค์กร
สิ่งที่ผู้ตรวจประเมินจะมองหา คือ ความสัมพันธ์ระหว่างสาเหตุ ผลกระทบ และผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่แบบฟอร์มการประเมินความเสี่ยง
4. แนวคิดตลอดวงจรชีวิต (Life Cycle Perspective) ต้องนำไปใช้จริง
ISO 14001:2026 ทำให้แนวคิด Life Cycle ไม่ใช่แค่คำในเอกสารอีกต่อไปองค์กรต้องแสดงให้เห็นว่าแนวคิดนี้มีผลต่อการตัดสินใจในเรื่อง:
การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ
การจัดซื้อและการคัดเลือกผู้ส่งมอบ
การกำหนดข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ให้บริการภายนอก
ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับองค์กรที่มีห่วงโซ่อุปทานยาว หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขั้นปลายน้ำ เช่น การใช้งานของลูกค้า หรือการกำจัดของเสีย
5. ภาษามาตรฐานชัดเจนขึ้น เพื่อการตรวจประเมินที่สม่ำเสมอ
การเปลี่ยนแปลงหลายจุดเป็นการปรับถ้อยคำ เช่น:
การใช้คำว่า “meet compliance obligations” อย่างสม่ำเสมอ
การระบุให้ชัดเจนว่าเมื่อใดต้องมี Documented Information
การจัดโครงสร้างให้สอดคล้องกับมาตรฐานระบบการจัดการ ISO อื่นๆ
ผลลัพธ์คือการลดความคลุมเครือในการตีความระหว่างองค์กร ผู้ตรวจ และหน่วยรับรอง
องค์กรควรเริ่มเตรียมตัวอย่างไรตั้งแต่ตอนนี้?
แม้จะมีเวลาช่วงเปลี่ยนผ่านถึงปี 2029 แต่จากประสบการณ์การเปลี่ยนมาตรฐาน ISO ในอดีต องค์กรที่เริ่มช้ามักเผชิญกับ:
เวลาการปรับระบบที่ถูกบีบอัด
คิวผู้ตรวจประเมินเต็ม
และความเสี่ยงต่อการเกิดข้อบกพร่อง (Nonconformities) ที่หลีกเลี่ยงได้
แนวทางที่แนะนำคือ:
1. ทำ Gap Analysis เปรียบเทียบ EMS ปัจจุบันกับแนวทางของ ISO 14001:2026
2. ทบทวนบริบทองค์กรและประเด็นสิ่งแวดล้อมระดับกลยุทธ์
3. ยกระดับบทบาทของผู้บริหารในระบบ EMS
4. ทบทวนห่วงโซ่อุปทานและแนวคิด Life Cycle
5. วางแผนการสื่อสารและการฝึกอบรมภายในองค์กร
สรุป: ISO 14001:2026 คือโอกาส ไม่ใช่แค่ภาระ
การปรับปรุงมาตรฐานในรอบนี้ไม่ได้มุ่งสร้างความยุ่งยากเพิ่มเติมแต่เปิดโอกาสให้องค์กรใช้ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือในการ:
สนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
บริหารความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
เสริมความน่าเชื่อถือด้านความยั่งยืนต่อคู่ค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ต้องการเตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับ ISO 14001:2026?
หากคุณต้องการ Gap Analysis, Training, หรือที่ปรึกษาในการปรับระบบ EMS ให้สอดคล้องกับ ISO 14001:2026สามารถติดต่อทีมงาน PVI Consultant (PVIC) เพื่อวางแผนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบและมั่นใจ




ความคิดเห็น