top of page

Soft Skills

PVIC-SOFT-001

Leadership & Motivation for Manufacturing Leaders
ภาวะผู้นำและการจูงใจทีมงานสำหรับผู้นำในภาคการผลิต

Duration

Option 1: 1 วัน
Option 2: 2 วัน
เวลา 09.00 - 16.00 น.

Course Title
หลักการและเหตุผล

หลายองค์กรในภาคการผลิตมีระบบบริหารจัดการที่ชัดเจน มี Procedure, Work Instruction, KPI, Daily Management, Training, Audit และ ระบบติดตามผลการปฏิบัติงาน แต่ยังพบปัญหาเดิมซ้ำ ๆ เช่น พนักงานไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ไม่กล้ารายงานปัญหา ทำตามระบบ เฉพาะเวลาถูกตรวจ ขาดความร่วมมือระหว่างกะหรือระหว่างแผนก ไม่เสนอแนวคิดปรับปรุง หรือหัวหน้างานต้องติดตามงานซ้ำ ๆ ตลอดเวลา

คำถามสำคัญคือ ปัญหาเหล่านี้เกิดจาก “ระบบไม่ดี” เพียงอย่างเดียว หรือเกิดจากวิธีที่ผู้นำสื่อสาร จูงใจ ให้ Feedback ใช้อิทธิพล และสร้างความ ไว้วางใจในทีม?

ในบริบทโรงงานผลิต หัวหน้างานและผู้จัดการระดับกลางไม่ได้มีหน้าที่เพียงสั่งงาน ควบคุมงาน และติดตาม KPI เท่านั้น แต่ยังเป็นผู้เชื่อมโยง ระหว่าง “ระบบที่องค์กรกำหนด” กับ “พฤติกรรมจริงของคนหน้างาน” ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมด้าน Safety, Quality, Delivery, Cost, Morale, Standard Work, Problem Reporting, 5S, Kaizen และ Continuous Improvement

หลักสูตรนี้ออกแบบขึ้นเพื่อช่วยให้บุคลากรระดับ Middle Management, Supervisor, Section Head, Line Leader และหัวหน้างานใน โรงงานผลิตเข้าใจบทบาทของตนเองในฐานะผู้นำ สามารถแยกแยะบทบาทของ Leadership และ Management เข้าใจรูปแบบภาวะผู้นำที่ เหมาะสมกับสถานการณ์ เข้าใจแรงจูงใจของคนในที่ทำงาน และสามารถใช้การสื่อสาร Feedback Coaching Influence และ Trust Building เพื่อสร้างพฤติกรรมทีมที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

หลักสูตรนี้ไม่ใช่การอบรม Soft Skill แบบทั่วไป แต่เป็นหลักสูตรที่เชื่อมโยง Leadership และ Motivation เข้ากับบริบทจริงของโรงงานผลิต โดย ใช้ทฤษฎี งานวิชาการ ตัวอย่างสถานการณ์จริง Case Discussion Workshop Role Play และ Action Plan เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำกลับไป ใช้กับทีมของตนเองได้จริง

Your Instructor

อาจารย์หนึ่ง ชญานิศ

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

หลังจบหลักสูตร ผู้เข้าอบรมจะสามารถ

1. เข้าใจความหมายและบทบาทของ Leadership ในบริบทโรงงานผลิต

2. อธิบายความแตกต่างและความสัมพันธ์ระหว่าง Leadership และ Management ได้

3. เข้าใจ Full Range Leadership Model และสามารถแยกแยะ Laissez-Faire, Transactional และ Transformational

Leadership ได้

4. วิเคราะห์สถานการณ์ในโรงงานและเลือกพฤติกรรมผู้นำให้เหมาะสมกับความเสี่ยง มาตรฐาน ความสามารถ และแรงจูงใจของทีมได้

5. เข้าใจแนวคิดพื้นฐานเรื่อง Motivation, Intrinsic Motivation, Extrinsic Motivation, Compliance และ Commitment

6. ประยุกต์ใช้ Self-Determination Theory ผ่าน Autonomy, Competence และ Relatedness เพื่อสนับสนุนแรงจูงใจที่มีคุณภาพ

ของทีมได้

7. สื่อสารเป้าหมาย ความคาดหวัง มาตรฐาน เหตุผล และจุดเสี่ยงของงานให้ทีมเข้าใจได้ชัดเจนขึ้น

8. ให้ Positive Feedback, Corrective Feedback และ Coaching เพื่อพัฒนาพฤติกรรมและผลงานรายวันได้อย่างเหมาะสม

9. เข้าใจแหล่งอำนาจและอิทธิพลของผู้นำ และสามารถสร้างอิทธิพลเชิงบวกโดยไม่พึ่งพาอำนาจตามตำแหน่งมากเกินไป

10. เข้าใจบทบาทของ Trust ในการลด Silence, Avoidance, Blame และ Defensive Behaviours ในทีม

11. จัดทำ Personal 30-Day Leadership Action Plan เพื่อนำกลับไปประยุกต์ใช้กับทีมของตนเองได้

เหมาะสำหรับใคร

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

• ผู้จัดการระดับกลางในโรงงานผลิต

• Supervisor, Section Head, Shift Leader, Line Leader และหัวหน้างาน

• Production Manager, Production Supervisor และทีมผลิต

• QA, QC, Engineering, Maintenance, Warehouse, Planning และ Support Function ที่มีบทบาทนำทีม

• HR, OD, Training และ People Development Team ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพหัวหน้างาน

• QMR, Management Representative, Internal Auditor และผู้รับผิดชอบระบบบริหารจัดการ

• องค์กรที่ต้องการพัฒนาภาวะผู้นำของหัวหน้างานให้เชื่อมโยงกับ Safety, Quality, Delivery, Cost, Morale และ Continuous

Improvement

• องค์กรที่ดำเนินงานภายใต้ระบบบริหารจัดการ เช่น ISO 9001, IATF 16949, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22000, FSSC 22000,

BRCGS, ISO 27001 หรือมาตรฐานอื่น ๆ

หัวข้อการฝึกอบรม

หลักสูตร 1 วัน


Opening: Course Framing and Leadership Challenges in Manufacturing

ช่วงเปิดหลักสูตรจะช่วยให้ผู้เข้าอบรมเห็นว่า Leadership ไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาจริงในโรงงาน เช่น การไม่ทำตาม มาตรฐาน การไม่รายงานปัญหา การทำตามเฉพาะตอนถูกตรวจ การโทษกันระหว่างกะ หรือการไม่ร่วมมือกับกิจกรรมปรับปรุงงาน


Module 1: The Role of Manufacturing Leaders

บทบาทของผู้นำในภาคการผลิต

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจว่า Leadership ไม่ใช่เพียงตำแหน่งหรืออำนาจในการสั่งงาน แต่คือการมีอิทธิพลต่อคนและทีมเพื่อบรรลุเป้าหมาย ร่วมกัน

ผู้เรียนจะได้เห็นบทบาทของ Manufacturing Leader ในฐานะผู้เชื่อมโยงระบบ มาตรฐาน เป้าหมาย และ KPI ขององค์กรเข้ากับพฤติกรรมจริง ของทีมหน้างาน เช่น การทำตาม Work Instruction การรายงานความผิดปกติ การปฏิบัติตาม Safety Rule การทำงานร่วมกัน และการปรับปรุง งานอย่างต่อเนื่อง


Module 2: Leadership vs Management

ความแตกต่างระหว่างการบริหารงานและการนำทีม

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Management และ Leadership มีบทบาทต่างกันแต่ต้องใช้ร่วมกัน โดย Management ช่วยสร้างความเป็นระบบ ความสม่ำเสมอ และการควบคุม ส่วน Leadership ช่วยสร้างทิศทาง ความร่วมมือ แรงจูงใจ และการเปลี่ยนแปลง

ในบริบทโรงงานผลิต หัวหน้างานต้องใช้ทั้ง System Discipline และ People Commitment เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการควบคุมให้ ทำตาม หรือการสร้างแรงจูงใจโดยไม่มีระบบติดตาม


Module 3: Full Range Leadership Model

รูปแบบภาวะผู้นำและการเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ในโรงงาน

หัวข้อนี้อธิบาย Full Range Leadership Model โดยครอบคลุม Laissez-Faire Leadership, Transactional Leadership และ Transformational Leadership

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ว่า Laissez-Faire คือการขาดภาวะผู้นำ Transactional Leadership มีความจำเป็นต่อการกำหนดเป้าหมาย มาตรฐาน การติดตาม และการแก้ไขข้อผิดพลาด ส่วน Transformational Leadership ช่วยยกระดับแรงจูงใจ ความร่วมมือ การเรียนรู้ และการพัฒนาคน

ผู้เรียนจะได้ฝึกวิเคราะห์สถานการณ์จริงในโรงงาน และเลือกพฤติกรรมผู้นำให้เหมาะสมกับความเสี่ยง มาตรฐาน ความสามารถ แรงจูงใจ ระบบ และ Trust ของทีม


Module 4: Motivation in Manufacturing Workplace

ความเข้าใจเรื่องแรงจูงใจในบริบทโรงงานผลิต

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Motivation ไม่ใช่เพียงการทำให้พนักงาน “อยากทำงาน” แต่คือการเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมของคน

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่าง Intrinsic Motivation, Extrinsic Motivation, Amotivation, Compliance และ Commitment รวมถึงเข้าใจว่า งานจำนวนมากในโรงงานอาจไม่ได้สนุกโดยธรรมชาติ แต่พนักงานสามารถทำด้วยคุณภาพและความต่อเนื่องได้ หากเข้าใจเหตุผล เห็นคุณค่า รู้สึกทำได้ และมีความไว้วางใจในทีม


Module 5: Self-Determination Theory for Manufacturing Leaders

การสร้างแรงจูงใจผ่าน Autonomy, Competence และ Relatedness

หัวข้อนี้เป็นแกนสำคัญของหลักสูตรด้าน Motivation โดยอธิบาย Self-Determination Theory และ Basic Psychological Needs 3 ด้าน ได้แก่ Autonomy, Competence และ Relatedness

ผู้เรียนจะเข้าใจว่า Autonomy ไม่ได้แปลว่าปล่อยให้ทำอะไรก็ได้ แต่คือการทำให้คนเข้าใจเหตุผล มีส่วนร่วม และมีทางเลือกที่เหมาะสมภายใต้ กรอบมาตรฐาน Competence คือการทำให้คนรู้สึกว่าทำได้ พัฒนาได้ และได้รับ Feedback ที่ช่วยให้ดีขึ้น Relatedness คือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ได้รับการยอมรับ และไว้วางใจพอที่จะพูดปัญหา

ผู้เรียนจะฝึกวิเคราะห์ Case เช่น การไม่รายงานปัญหา การไม่ทำตามมาตรฐาน หรือการไม่ร่วมมือกับ Kaizen ผ่านกรอบ Autonomy, Competence และ Relatedness


Module 6: Communication Skills for Manufacturing Leaders

การสื่อสารสำหรับผู้นำในภาคการผลิต

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Communication เป็นเครื่องมือหลักของ Leadership ไม่ใช่เพียงการส่งข้อมูลหรือสั่งงาน

ผู้เรียนจะได้ฝึกการสื่อสารเป้าหมาย ความคาดหวัง เหตุผลของมาตรฐาน จุดเสี่ยงที่ต้องระวัง และแนวทางการ Escalation ผ่านเครื่องมือ 5-Part Daily Message รวมถึงเรียนรู้การฟังปัญหาหน้างาน การถามคำถามที่ดี และการสื่อสารในสถานการณ์กดดัน เช่น Customer Complaint, Safety Incident, Machine Breakdown หรือ Production Plan Change


Module 7: Feedback & Coaching for Daily Performance

การให้ Feedback และ Coaching เพื่อพัฒนาผลงานรายวัน

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Feedback และ Coaching เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาพฤติกรรมและความสามารถของทีม

ผู้เรียนจะได้แยกความแตกต่างระหว่าง Feedback, Blame, Criticism และ Coaching รวมถึงฝึก Positive Feedback และ Corrective Feedback ที่ชัดเจน เฉพาะเจาะจง เน้นพฤติกรรม เชื่อมกับผลกระทบ และจบด้วยการกระทำที่ตกลงร่วมกัน

ผู้เรียนจะได้ฝึก Role Play สถานการณ์จริง เช่น ไม่ใส่ PPE ไม่กรอก Check Sheet ไม่ทำตาม WI พนักงานใหม่ไม่มั่นใจ หรือพนักงานรายงาน ปัญหาเร็วและควรได้รับ Positive Feedback


Module 8: Influencing People without Overusing Authority

การสร้างอิทธิพลโดยไม่พึ่งพาอำนาจตามตำแหน่งมากเกินไป

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Influence คือหัวใจของ Leadership และการมีตำแหน่งไม่ได้แปลว่าจะมีอิทธิพลที่แท้จริงเสมอไป

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้แหล่งอำนาจของผู้นำ ได้แก่ Legitimate Power, Reward Power, Coercive Power, Information Power, Expert Power และ Referent Power รวมถึงความแตกต่างระหว่าง Position Power และ Personal Power

หัวข้อนี้จะเน้นให้หัวหน้างานพัฒนาอิทธิพลเชิงบวกผ่านความรู้ ความน่าเชื่อถือ ความยุติธรรม การสื่อสาร ความสม่ำเสมอ และ Trust มากกว่าการ พึ่งพาคำสั่งหรือการลงโทษเพียงอย่างเดียว


Module 9: Building Trust and Reducing Defensive Behaviors

การสร้างความไว้วางใจและลดพฤติกรรมป้องกันตัวในทีม

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Trust มีผลโดยตรงต่อการพูดปัญหา การรายงานความผิดปกติ การยอมรับ Feedback และความร่วมมือในการ แก้ปัญหา

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้พฤติกรรมป้องกันตัวที่พบบ่อยในทีม เช่น Silence, Avoidance, Buck Passing, Playing Safe, Scapegoating และ Self- Protection รวมถึงเข้าใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจเกิดจากความกลัว การขาด Trust ความกดดันสูง บทบาทไม่ชัดเจน หรือการตอบสนองของหัว หน้าที่เน้น Blame มากกว่า Learning

ผู้เรียนจะได้ฝึกเปลี่ยน Blame Response เป็น Learning Response เพื่อสร้างทีมที่กล้าพูดความจริง ใช้ข้อเท็จจริง แก้ปัญหาร่วมกัน และป้องกัน ปัญหาซ้ำ


Module 10: Leadership Action Plan

แผนปฏิบัติการพัฒนาภาวะผู้นำและการจูงใจทีมงาน หัวข้อสุดท้ายช่วยให้ผู้เรียนทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ และแปลงความรู้ทั้งหมดเป็น Personal 30-Day Leadership Action Plan

ผู้เรียนจะเลือก Leadership Challenge จริงของทีม กำหนด Desired Team Behaviour วิเคราะห์ Current Gap เลือก Leadership Actions ที่ตนเองจะทำ และกำหนดวิธีติดตามผลภายใน 30 วัน เป้าหมายคือให้ผู้เรียนไม่เพียงเข้าใจแนวคิด แต่สามารถนำกลับไปเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการนำทีมของตนเองได้จริง


หลักสูตร 2 วัน


Opening: Course Framing and Leadership Challenges in Manufacturing

ช่วงเปิดหลักสูตรจะช่วยให้ผู้เข้าอบรมเห็นว่า Leadership ไม่ใช่เรื่องนามธรรม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาจริงในโรงงาน เช่น การไม่ทำตาม มาตรฐาน การไม่รายงานปัญหา การทำตามเฉพาะตอนถูกตรวจ การโทษกันระหว่างกะ หรือการไม่ร่วมมือกับกิจกรรมปรับปรุงงาน


Module 1: The Role of Manufacturing Leaders

บทบาทของผู้นำในภาคการผลิต

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจว่า Leadership ไม่ใช่เพียงตำแหน่งหรืออำนาจในการสั่งงาน แต่คือการมีอิทธิพลต่อคนและทีมเพื่อบรรลุเป้าหมาย ร่วมกัน

ผู้เรียนจะได้เห็นบทบาทของ Manufacturing Leader ในฐานะผู้เชื่อมโยงระบบ มาตรฐาน เป้าหมาย และ KPI ขององค์กรเข้ากับพฤติกรรมจริง ของทีมหน้างาน เช่น การทำตาม Work Instruction การรายงานความผิดปกติ การปฏิบัติตาม Safety Rule การทำงานร่วมกัน และการปรับปรุง งานอย่างต่อเนื่อง


Module 2: Leadership vs Management

ความแตกต่างระหว่างการบริหารงานและการนำทีม

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Management และ Leadership มีบทบาทต่างกันแต่ต้องใช้ร่วมกัน โดย Management ช่วยสร้างความเป็นระบบ ความสม่ำเสมอ และการควบคุม ส่วน Leadership ช่วยสร้างทิศทาง ความร่วมมือ แรงจูงใจ และการเปลี่ยนแปลง

ในบริบทโรงงานผลิต หัวหน้างานต้องใช้ทั้ง System Discipline และ People Commitment เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการควบคุมให้ ทำตาม หรือการสร้างแรงจูงใจโดยไม่มีระบบติดตาม


Module 3: Full Range Leadership Model

รูปแบบภาวะผู้นำและการเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ในโรงงาน

หัวข้อนี้อธิบาย Full Range Leadership Model โดยครอบคลุม Laissez-Faire Leadership, Transactional Leadership และ Transformational Leadership

ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ว่า Laissez-Faire คือการขาดภาวะผู้นำ Transactional Leadership มีความจำเป็นต่อการกำหนดเป้าหมาย มาตรฐาน การติดตาม และการแก้ไขข้อผิดพลาด ส่วน Transformational Leadership ช่วยยกระดับแรงจูงใจ ความร่วมมือ การเรียนรู้ และการพัฒนาคน

ผู้เรียนจะได้ฝึกวิเคราะห์สถานการณ์จริงในโรงงาน และเลือกพฤติกรรมผู้นำให้เหมาะสมกับความเสี่ยง มาตรฐาน ความสามารถ แรงจูงใจ ระบบ และ Trust ของทีม


Module 4: Motivation in Manufacturing Workplace

ความเข้าใจเรื่องแรงจูงใจในบริบทโรงงานผลิต

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Motivation ไม่ใช่เพียงการทำให้พนักงาน “อยากทำงาน” แต่คือการเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมของคน

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ความแตกต่างระหว่าง Intrinsic Motivation, Extrinsic Motivation, Amotivation, Compliance และ Commitment รวมถึงเข้าใจว่า งานจำนวนมากในโรงงานอาจไม่ได้สนุกโดยธรรมชาติ แต่พนักงานสามารถทำด้วยคุณภาพและความต่อเนื่องได้ หากเข้าใจเหตุผล เห็นคุณค่า รู้สึกทำได้ และมีความไว้วางใจในทีม


Module 5: Self-Determination Theory for Manufacturing Leaders

การสร้างแรงจูงใจผ่าน Autonomy, Competence และ Relatedness

หัวข้อนี้เป็นแกนสำคัญของหลักสูตรด้าน Motivation โดยอธิบาย Self-Determination Theory และ Basic Psychological Needs 3 ด้าน ได้แก่ Autonomy, Competence และ Relatedness

ผู้เรียนจะเข้าใจว่า Autonomy ไม่ได้แปลว่าปล่อยให้ทำอะไรก็ได้ แต่คือการทำให้คนเข้าใจเหตุผล มีส่วนร่วม และมีทางเลือกที่เหมาะสมภายใต้ กรอบมาตรฐาน Competence คือการทำให้คนรู้สึกว่าทำได้ พัฒนาได้ และได้รับ Feedback ที่ช่วยให้ดีขึ้น Relatedness คือความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม ได้รับการยอมรับ และไว้วางใจพอที่จะพูดปัญหา

ผู้เรียนจะฝึกวิเคราะห์ Case เช่น การไม่รายงานปัญหา การไม่ทำตามมาตรฐาน หรือการไม่ร่วมมือกับ Kaizen ผ่านกรอบ Autonomy, Competence และ Relatedness


Module 6: Communication Skills for Manufacturing Leaders

การสื่อสารสำหรับผู้นำในภาคการผลิต

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Communication เป็นเครื่องมือหลักของ Leadership ไม่ใช่เพียงการส่งข้อมูลหรือสั่งงาน

ผู้เรียนจะได้ฝึกการสื่อสารเป้าหมาย ความคาดหวัง เหตุผลของมาตรฐาน จุดเสี่ยงที่ต้องระวัง และแนวทางการ Escalation ผ่านเครื่องมือ 5-Part Daily Message รวมถึงเรียนรู้การฟังปัญหาหน้างาน การถามคำถามที่ดี และการสื่อสารในสถานการณ์กดดัน เช่น Customer Complaint, Safety Incident, Machine Breakdown หรือ Production Plan Change


Module 7: Feedback & Coaching for Daily Performance

การให้ Feedback และ Coaching เพื่อพัฒนาผลงานรายวัน

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Feedback และ Coaching เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาพฤติกรรมและความสามารถของทีม

ผู้เรียนจะได้แยกความแตกต่างระหว่าง Feedback, Blame, Criticism และ Coaching รวมถึงฝึก Positive Feedback และ Corrective Feedback ที่ชัดเจน เฉพาะเจาะจง เน้นพฤติกรรม เชื่อมกับผลกระทบ และจบด้วยการกระทำที่ตกลงร่วมกัน

ผู้เรียนจะได้ฝึก Role Play สถานการณ์จริง เช่น ไม่ใส่ PPE ไม่กรอก Check Sheet ไม่ทำตาม WI พนักงานใหม่ไม่มั่นใจ หรือพนักงานรายงาน ปัญหาเร็วและควรได้รับ Positive Feedback


Module 8: Influencing People without Overusing Authority

การสร้างอิทธิพลโดยไม่พึ่งพาอำนาจตามตำแหน่งมากเกินไป

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Influence คือหัวใจของ Leadership และการมีตำแหน่งไม่ได้แปลว่าจะมีอิทธิพลที่แท้จริงเสมอไป

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้แหล่งอำนาจของผู้นำ ได้แก่ Legitimate Power, Reward Power, Coercive Power, Information Power, Expert Power และ Referent Power รวมถึงความแตกต่างระหว่าง Position Power และ Personal Power

หัวข้อนี้จะเน้นให้หัวหน้างานพัฒนาอิทธิพลเชิงบวกผ่านความรู้ ความน่าเชื่อถือ ความยุติธรรม การสื่อสาร ความสม่ำเสมอ และ Trust มากกว่าการ พึ่งพาคำสั่งหรือการลงโทษเพียงอย่างเดียว


Module 9: Building Trust and Reducing Defensive Behaviours

การสร้างความไว้วางใจและลดพฤติกรรมป้องกันตัวในทีม

หัวข้อนี้ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจว่า Trust มีผลโดยตรงต่อการพูดปัญหา การรายงานความผิดปกติ การยอมรับ Feedback และความร่วมมือในการ แก้ปัญหา

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้พฤติกรรมป้องกันตัวที่พบบ่อยในทีม เช่น Silence, Avoidance, Buck Passing, Playing Safe, Scapegoating และ Self- Protection รวมถึงเข้าใจว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจเกิดจากความกลัว การขาด Trust ความกดดันสูง บทบาทไม่ชัดเจน หรือการตอบสนองของหัว หน้าที่เน้น Blame มากกว่า Learning

ผู้เรียนจะได้ฝึกเปลี่ยน Blame Response เป็น Learning Response เพื่อสร้างทีมที่กล้าพูดความจริง ใช้ข้อเท็จจริง แก้ปัญหาร่วมกัน และป้องกัน ปัญหาซ้ำ


Module 10: Leadership Action Plan

แผนปฏิบัติการพัฒนาภาวะผู้นำและการจูงใจทีมงาน หัวข้อสุดท้ายช่วยให้ผู้เรียนทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ และแปลงความรู้ทั้งหมดเป็น Personal 30-Day Leadership Action Plan

ผู้เรียนจะเลือก Leadership Challenge จริงของทีม กำหนด Desired Team Behaviour วิเคราะห์ Current Gap เลือก Leadership Actions ที่ตนเองจะทำ และกำหนดวิธีติดตามผลภายใน 30 วัน เป้าหมายคือให้ผู้เรียนไม่เพียงเข้าใจแนวคิด แต่สามารถนำกลับไปเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการนำทีมของตนเองได้จริง

ผลลัพธ์ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับ

ผู้เข้าอบรมจะได้รับทั้งความเข้าใจ แนวคิด เครื่องมือ และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ในการนำทีมจริง ได้แก่

1. เข้าใจบทบาทของผู้นำในโรงงานผลิตที่เชื่อมโยงระบบกับพฤติกรรมของทีม

2. แยกแยะได้ว่าเมื่อใดต้องใช้ Management และเมื่อใดต้องใช้ Leadership

3. เข้าใจรูปแบบภาวะผู้นำตาม Full Range Leadership Model

4. สามารถเลือกพฤติกรรมผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์จริงในโรงงาน

5. เข้าใจแรงจูงใจของพนักงานในมุมที่ลึกกว่าการให้รางวัลหรือการลงโทษ

6. ใช้ Autonomy, Competence และ Relatedness เป็นกรอบในการวิเคราะห์และสนับสนุนแรงจูงใจของทีม

7. สื่อสารเป้าหมาย มาตรฐาน เหตุผล จุดเสี่ยง และการ Escalation ได้ชัดเจนขึ้น

8. ให้ Feedback และ Coaching เพื่อพัฒนาพฤติกรรมและผลงานรายวันได้อย่างเป็นระบบ

9. เข้าใจแหล่งอำนาจและอิทธิพลของผู้นำ และใช้ Power อย่างเหมาะสมและมีจริยธรรม

10. เข้าใจวิธีสร้าง Trust และลดพฤติกรรมป้องกันตัว เช่น Silence, Avoidance, Blame และ Scapegoating

11. ได้ Personal 30-Day Leadership Action Plan เพื่อนำกลับไปใช้กับทีมของตนเอง

รูปแบบการฝึกอบรม

ผู้เข้าอบรมจะได้รับทั้งความเข้าใจ แนวคิด เครื่องมือ และแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ในการนำทีมจริง ได้แก่

1. เข้าใจบทบาทของผู้นำในโรงงานผลิตที่เชื่อมโยงระบบกับพฤติกรรมของทีม

2. แยกแยะได้ว่าเมื่อใดต้องใช้ Management และเมื่อใดต้องใช้ Leadership

3. เข้าใจรูปแบบภาวะผู้นำตาม Full Range Leadership Model

4. สามารถเลือกพฤติกรรมผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์จริงในโรงงาน

5. เข้าใจแรงจูงใจของพนักงานในมุมที่ลึกกว่าการให้รางวัลหรือการลงโทษ

6. ใช้ Autonomy, Competence และ Relatedness เป็นกรอบในการวิเคราะห์และสนับสนุนแรงจูงใจของทีม

7. สื่อสารเป้าหมาย มาตรฐาน เหตุผล จุดเสี่ยง และการ Escalation ได้ชัดเจนขึ้น

8. ให้ Feedback และ Coaching เพื่อพัฒนาพฤติกรรมและผลงานรายวันได้อย่างเป็นระบบ

9. เข้าใจแหล่งอำนาจและอิทธิพลของผู้นำ และใช้ Power อย่างเหมาะสมและมีจริยธรรม

10. เข้าใจวิธีสร้าง Trust และลดพฤติกรรมป้องกันตัว เช่น Silence, Avoidance, Blame และ Scapegoating

11. ได้ Personal 30-Day Leadership Action Plan เพื่อนำกลับไปใช้กับทีมของตนเอง

PVI CONSULTANT

GET IN TOUCH

LINE-QR-Code

@pvic

  • Facebook
  • LinkedIn
  • Youtube
  • TikTok

PVI Consultant Co.,Ltd.

บริษัท พีวีไอ คอนซัลแทนท์ จำกัด

​

ห้อง INC1-311 ชั้น 3 อาคารนวัตกรรม 1 เลขที่ 131 หมู่ที่ 9 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120

© 2026 PVI Consultant Company Limited | All Rights Reserved

bottom of page